ข่าวประกันภัยต่างๆ





ข่าวประกันภัยต่างๆ
  • เมืองไทยประกันชีวิต ส่งความคุ้มครองพร้อมเน้นการออมระยะสั้นเมืองไทยประกันชีวิต ส่งความคุ้มครองพร้อมเน้นการออมระยะสั้น

         บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด บริษัทของคนหัวคิดทันสมัย ดันผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตใหม่ ตอบสนองความต้องการลูกค้านักออมที่ต้องการวางแผนการทางการเงินอย่างมั่งคง และคุ้มค่า ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เน้นการออมทรัพย์ระยะสั้น เพื่อรับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ภายใต้แนวคิด “วางแผนอนาคตอย่างคนหัวคิดทันสมัย...คุ้มครอง มั่นคง คุ้มค่ากับเมืองไทยประกันชีวิต” ในมหกรรมการเงิน Money Expo ครั้งที่ 12 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็คเมืองทองธานี พร้อมกิจกรรมสนุกสนานจากศิลปินชั้นนำมากมาย ภายในพื้นที่แห่งความสุขและรอยยิ้ม ณ บูธเมืองไทยประกันชีวิต      นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด บริษัทของคนหัวคิดทันสมัย กล่าวว่า “ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่คลี่คลายและสามารถฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปมีความตื่นตัวในการลงทุนและวางแผนอนาคตมาก ขึ้น ซึ่งบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพด้วยความมั่นคงแข็งแกร่ง ภายใต้มาตรฐาน การบริหารจัดการความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ กอปรกับการมุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ตอบรับความต้องการและ ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่อย่างครบครัน” ซึ่งในมหกรรมการเงิน Money Expo ครั้งที่ 12 บริษัทฯ เตรียมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตสำหรับผู้ที่สนใจ ซึ่งประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตใหม่จำนวน 2 แบบได้แก่ เมืองไทย สมาร์ท เซฟวิ่ง 10/6 เมืองไทย บิ๊ก แคช แบ็ค และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เพิ่มความเข้มข้น เพื่อรองรับความต้องการที่หลายหลากของลูกค้าอีก 4 แบบได้แก่ เมืองไทย สมาร์ท เซฟเวอร์ 10/1 เมืองไทย ท็อป เซฟเวอร์ 10/4 เมืองไทย สมาร์ท เซฟเวอร์ 3 (5/1)และ เมืองไทย ได้ใจ 3/2 โดยมีรายละเอียดดังนี้      เมืองไทย สมาร์ท เซฟวิ่ง 10/6 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนทางการเงินด้วยการออม ระยะสั้น ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 6 ปี ให้ความคุ้มครองถึง 10 ปี ช่วยให้อุ่นใจ ด้วยการสร้างหลักประกันที่มั่นคง และ เติมเต็มให้กับชีวิตตนเองและครอบครัว ด้วยผลประโยชน์ที่คุ้มค่า ซึ่งรับประกันตั้งแต่อายุ 1 ปี – 80 ปี มีเงินจ่ายคืนปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญาตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1 - 9 และยังให้ความคุ้มครองชีวิตที่เพิ่มขึ้นตลอดสัญญา สูงสุดถึง 600% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญา ทั้งนี้เมื่อครบสัญญา ณ สิ้นปีกรมธรรม์ปีที่ 10 ผู้เอาประกันภัยรับเงินครบสัญญาสูงถึง 610% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันที่เริ่มสัญญา ซึ่งอัตราผลตอบแทน (IRR) สูงสุดเท่ากับ 2.64% (โดยอัตราผลตอบแทนดังกล่าว ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินเอาประกันภัย อัตราเบี้ยประกันภัยและส่วนลดอัตราเบี้ยประกันภัย)และถูกใจด้วยจำนวนเงินเอา ประกันภัยขั้นต่ำเพียง 20,000 บาท ทั้งนี้เบี้ยประกันชีวิตของแบบประกันภัยนี้ สามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประกาศอธิบดีกรม สรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 172 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 30 ธ.ค. 51       เมืองไทย บิ๊ก แคช แบ็ค เป็นความคุ้มครองที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่แสวงหาความอุ่นใจ กับเงิน ครบสัญญา 110% ของเบี้ยประกันภัยที่จ่ายทั้งหมด ซึ่งให้ความคุ้มครองอย่างคุ้มค่าด้วย ด้วยความคุ้มครอง การเสียชีวิต 100 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัยและรับเพิ่มอีก 100 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หากเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมทั้งให้ความคุ้มครองการทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรอีก 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยนอกเหนือจากความคุ้มครองชีวิต โดยรับประกันตั้งแต่อายุ 16 ปี – 54 ปี และชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 10 ปี แต่ให้ความคุ้มครองถึง 20 ปี ทั้งนี้เบี้ยประกันชีวิตของแบบประกันภัยนี้ สามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประกาศอธิบดีกรม สรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 172 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 30 ธ.ค. 51      นอกจากกรมธรรม์ใหม่ดังกล่าวแล้ว บริษัทฯ ยังได้นำเสนอกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการที่หลายหลากของลูกค้าสำหรับงานมหกรรมการเงิน อาทิ เมืองไทย สมาร์ท เซฟเวอร์ 10/1 ชำระเบี้ยประกันภัยเพียงครั้งเดียวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นการออม ทรัพย์ เมืองไทย ท็อป เซฟเวอร์ 10/4 สำหรับ ผู้ที่ต้องการวางแผนทางการเงินด้วยการออมระยะสั้น ชำระเบี้ยประกันภัย 4 ปี ให้ความคุ้มครองถึง 10 ปี เมืองไทยสมาร์ท เซฟเวอร์ 3 (5/1) มีจุดเด่นที่ชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว พร้อมความคุ้มครองชีวิตถึง 5 ปี อุ่นใจด้วยความคุ้มครองชีวิตสูง 101% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญา เมืองไทยได้ใจ 3/2 ที่ ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 2 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองชีวิตที่คุ้มค่านานถึง 3 ปี      สำหรับงานมหกรรมการเงิน Money Expo 2012 ครั้งที่ 12 นี้ บริษัทฯ เตรียมพื้นที่แห่งความสุขและรอยยิ้ม ด้วยแนวคิด Muang Thai Smile No Limit “ความสุข รอยยิ้ม และบริการ แบบไม่รู้จบ” ด้วยความพร้อมและครบเครื่องเรื่องผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่หลากหลาย สอดคล้องกับทุกความต้องการของลูกค้าการบริการที่ดีเยี่ยมและมากมายด้วย กิจกรรมแห่งความสุขและรอยยิ้ม อาทิ มินิคอนเสิร์ตจาก โดม แกงส้ม ฮั่น แคน The Star 8 ซานิ AF6 ณเดชน์ คูกิมิยะ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตของบริษัทฯ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ตัวแทนประกันชีวิตของเมืองไทยประกันชีวิตภายในงาน “ทั้งนี้บริษัทฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้มีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและตรงจุดในทุกกลุ่มเป้า หมาย ตลอดจนดำเนินงานภายใต้หลักจริยธรรม บรรษัทภิบาล และการบริหารงานภายใต้นโยบายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯ มีความมั่นคงแข็งแกร่งตลอดมา” นายสาระกล่าวสรุป ติดต่อ: ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด โทร. 0 2290 2121 , 0 2290 2420

    11:16 น.  0 ผู้ชม   0 ความคิดเห็น

  • สหประกันชีวิต สร้างผู้ประสานงานการตลาด พร้อมส่งทัพหน้าเชื่อมโยงสหกรณ์

         บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “Co-op Co-ordinate Training Course 2555” เพิ่มทักษะ เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่การตลาดลงพื้นที่ขยายตลาด โดยได้รับเกียรติจาก นายสหพล สังข์เมฆ กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ เป็นประธานในพิธีเปิด มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกว่า 30 คน ณ โรงแรมทาวน์ อินทาวน์ ระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2555       นายสหพล สังข์เมฆ กรรมการผู้จัดการ บมจ.สหประกันชีวิต กล่าวว่า การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการเพิ่มพูนศักยภาพบุคคลากรฝ่าย การตลาดส่วนต่างๆ พร้อมทั้งอัดแน่นความรู้และทักษะด้านการขายพร้อมทั้งอัดแน่นความรู้และทักษะ ด้านการขายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒินายวิโรจน์ ว่องประเสริฐ ผู้ได้รับการยอมรับจากประสบการณ์ด้านการประกันชีวิตมากว่า 30 ปี และนายสุริยา ชินวัฒน์ ผู้จัดการส่วนอบรมการตลาด มุ่งสร้างคุณภาพและเพิ่มพูนศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ประสานงานธุรกิจ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดส่วนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพในการให้บริการแก่สหกรณ์ผู้ถือหุ้นที่ร่วมธุรกิจกับสห ประกันชีวิต ให้สามารถขับเคลื่อนสหประกันชีวิต “นำคุณค่าการประกันชีวิตเป็นหลักประกัน สร้างภูมิกันให้กับสหกรณ์” อย่างมั่นคงและถาวร      นายสหพล สังข์เมฆ กล่าวต่อไปว่า การสัมมนาในครั้งนี้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดทุกท่าน พร้อมรวมพลัง เติมเต็มและพัฒนา มุ่งสร้างเป้าหมายและทิศทางการสร้างและขยายงานในไตรมาสที่ 3 และ 4 นี้ เพื่อให้ “สหประกันชีวิต..เป็นธุรกิจหนึ่งในสหกรณ์” ที่สร้างความมั่งคั่ง มั่นคงและยั่งยืนให้กับสหกรณ์และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสมาชิกต่อไป

    11:16 น.  0 ผู้ชม   0 ความคิดเห็น

  • ประกันเครือแบงก์/ค่ายฝรั่งเพิ่มทุนศรีอยุธยาโปะ 600 ล้านหลังน้ำท่วมสามัคคีชี้หลังใส่เงินดันกองทุนแตะ

         สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการ ประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) รายงานข้อมูลการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทประกันภัย ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน 2555 ระบุ มีบริษัทประกันวินาศภัยแจ้งเพิ่มทุนก้อนใหม่เข้ามาจำนวนหนึ่งรายที่น่าสนใจ คือบริษัท ศรีอยุธยาเจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 600 ล้านบาท จากเดิมมีอยู่ 1,200 ล้านบาท รวมเป็น 1,800 ล้านบาท ชำระเต็มจำนวนอลิอันซ์ ซี.พี.เติมอีก 250 ล้าน คปภ.ชี้ผลพวงอุทกภัยปีก่อน     ราย ที่สองคือบริษัท อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันภัย เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 250 ล้านบาทจากเดิมมีอยู่ 300 ล้านบาทรวมเป็น 550 ล้านบาท โดยเงินเพิ่มทุนของใหม่ชำระ เต็มจำนวนแล้ว รายที่สามคือ บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) หลังจากก่อนหน้านี้ได้ลดทุน จดทะเบียนลง 7,547,845 บาท จากเดิมมีอยู่ 462,000,000 บาท เหลือ 454,452,155 บาท ล่าสุดได้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 660 ล้านบาทเป็น 1,114,452,155 บาท ชำระเต็มจำนวน     ส่วนอีกรายเป็นบริษัทขนาดเล็กอยู่ ลำดับท้ายๆ ของตารางคือบริษัท บริรักษ์ประกันภัย จำกัด หลังจากก่อนหน้า นี้ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 40 ล้านบาท จากเดิมมีอยู่ 260 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท โดยเงินเพิ่มทุนก้อนใหม่ทยอยเรียกชำระเข้ามาทีละ 10 ล้านบาท, 5 ล้านบาท,3 ล้านบาทบ้าง ล่าสุดชำระเพิ่มมาอีก 2 ล้านบาท      "การเพิ่ม ทุนของบริษัทประกันวินาศภัยส่วนใหญ่เป็นผลกระทบมาจากน้ำท่วมหนักในปีที่ผ่าน มาซึ่งเป็นเหตุ การณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ต้องมีภาระจ่ายค่าสินไหมมาก มีการตั้งสำรอง ขณะที่เงินกองทุนถูกกระทบไปด้วย นอกจากจะรอเงินสินไหมจากบริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศที่แต่ละบริษัทซื้อ สัญญาประกันต่อไว้แล้วบริษัทประกันเองต้องเตรียมสภาพคล่องของตัวเองเพื่อ จ่ายให้กับผู้เอาประกันภัยด้วยเพราะคปภ.มีเกณฑ์วัดสภาพคล่อง อยู่ จึงจำเป็นต้องเพิ่มทุนเข้าอย่างกรณีของศรีอยุธยา เจนเนอรัล" แหล่งข่าวจากคปภ.กล่าวกับ "สยามธุรกิจ"แบงก์ไทยพาณิชย์ซื้อหุ้นสามัคคีเพิ่มโล่งอกกองทุนบวกเยอะทะลุ 550%     "จิร วุฒิ บุญศิริ" กรรมการผู้จัดการ ไทยพาณิชย์สามัคคี กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ก่อนเพิ่มทุน บริษัทมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (CAR Ratio) 334% ณ สิ้นปี 2554 ซึ่งเป็นช่วง ที่คปภ.ผ่อนกฎเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความ เสี่ยง (Risk Based Capital : RBC) หลังเกิดน้ำท่วม หาก คปภ.ไม่ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ CAR Ratio ของบริษัทจะอยู่ ที่ 99% ต่ำกว่า 125% ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่คปภ.ใช้กำกับ เงินกองทุนบริษัทประกันภัย ซึ่งหลังจากเพิ่มทุนคาดว่า CAR Ratio จะเพิ่มเป็นประมาณ 550%       "550% เป็นระดับที่เราเชื่อว่าจะปลอดภัยไปอีกหลายปีหากไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ระดับนี้รองรับการจ่ายสินไหมน้ำท่วมได้ โดยการเพิ่มทุนรอบใหม่นี้เราขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเก่าซึ่งธนาคาร ไทยพาณิชย์ซื้อหุ้นเพิ่มขึ้นทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของธนาคารขยับเพิ่ม อีกประมาณ 1-2% จาก 58% เป็น 60% เศษ"ศรีอยุธยาแจงใส่เงินยืนยันฐานะมั่นคงคาดรู้ยอดสินไหมน้ำท่วมไตรมาส 3 นี้      สำหรับ ศรีอยุธยา เจนเนอรัล "โรวัน ดี อาซี่" กรรม การผู้อำนวยการ กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ว่า เนื่องมาจากน้ำท่วมปีที่ผ่านมาก่อให้เกิดผลกระทบและความสูญเสียต่อหลายภาค ส่วนทั้งในด้านเศรษฐกิจ การผลิต ทรัพย์สิน รวมถึงความสูญเสียของผู้เอาประกันภัย ประมาณการความสูญเสียอยู่ที่ระหว่าง 387,500 ล้าน ถึง 434,000 ล้านบาท เป็นยอดที่สูงที่สุดในการทำประกันภัยในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาและสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ทั้งนี้ บริษัทมีผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่และขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบ ในครั้งนี้และเพื่อให้องค์กรเหล่านั้นสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจต่อ ได้อย่างเป็นปกติโดยเร็วที่สุด บริษัทจึงมีมาตรการ เร่งรัดในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับบริษัทเหล่านั้นก่อนเป็นจำนวนมาก และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการ กำกับกองทุนตามระดับความเสี่ยงตามที่คปภ.กำหนดเพื่อ ให้บริษัทมีเงินกองทุนเพียงพอในการรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการประกอบ ธุรกิจ รวมถึงสามารถรองรับความเสียหายที่อาจสูงกว่าที่บริษัทได้คาดการณ์ไว้และ สามารถปฏิบัติตามพันธสัญญาที่มีต่อผู้เอาประกันภัย     ได้อย่างครบถ้วน บริษัทจึงได้มีมติเห็นชอบให้มีการเพิ่มทุนจำนวน 600 ล้านบาทเพื่อให้ความมั่นใจอีกทั้งเป็นการ ยืนยันและแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีความมั่นคงและมีความ พร้อมในการให้การช่วยเหลือลูกค้า "จากการเพิ่มทุนใหม่นี้เรายังคงมีการสำรองเงินไว้ สำหรับไตรมาสที่ 1 ของปีนี้เพื่อรองรับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกันนี้คาดการณ์ว่าภาพ ที่ชัดเจนจากน้ำท่วมจะปรากฏตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2555 เป็นต้นไป รวมถึงข้อโต้แย้งกับทางบริษัทรับประกันภัยต่อนั้นบริษัทประมาณการว่าจะ สามารถสรุปได้ ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้หรือไตรมาสที่ 1 ของปีหน้า"สยามซัมซุงลงเพิ่มทุนอีก 150 ล้าน ขยายธุรกิจ/เชื่อเบี้ยถึงเป้า 1,653 ล้าน     เมื่อ เร็วๆ นี้ นายซี โดนอลด์ คาร์ดีน กรรมการผู้จัดการและประธานบริหาร บริษัท สยามซัมซุง ประกันชีวิต กล่าวว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง บริษัทในเครือสหพัฒน์ และ บริษัท ซัมซุง ประกันชีวิต (ประเทศเกาหลี) จะเพิ่มการลงทุนในไทยอีก 150 ล้านบาทจากเดิมที่มีทุนจดทะเบียน อยู่ที่ 500 ล้านบาทเพื่อตอบรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่สยามซัมซุง ประกันชีวิต ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถปิดยอดขายปี 2555 นี้ได้ตามเป้าหมายเบี้ยประกันรับรวม ทุกช่องทาง 1,653 ล้านบาท     สำหรับไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยรับปีแรก จากช่องทางตัวแทนรวม 104.35 ล้านบาท เติบโต 62% เทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมาถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีโดยเฉพาะในเดือน มีนาคมเดือนเดียว เติบโตถึง 97% ทั้งนี้บริษัทยังคงเน้นการสร้างตัวแทนขายมืออาชีพ ของช่องทางการประกันภัยรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง พัฒนาทีมงานขายให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมปรับปรุงสัญญาเพิ่มเติมและสัญญาหลักอีกหลายตัวเพื่อให้สามารถแข่งขัน กับคู่แข่งในตลาดได้ดียิ่งขึ้นขณะเดียวกันการมีตัวแทนที่มีฝีมือ ขยันตั้งใจทำงานบวก กับสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันก็จะยิ่งทำให้การเพิ่มยอด ขายผ่านช่องทางตัวแทนเติบโตได้ง่ายขึ้น

    10:25 น.  0 ผู้ชม   0 ความคิดเห็น

  • คปภ.ประกวดสารคดีสั้นพรบ.รถ

          นายประ​เวช องอาจสิทธิกุล ​เลขาธิ​การสำนักงานคณะกรรม​การกำกับ​และส่ง​เสริม​การประกอบธุรกิจประกัน ภัย (คปภ.) ​เปิด​เผยว่า คปภ.จัด​โครง​การประกวดสารคดีสั้น ​ความยาว​ไม่น้อยกว่า 1 นาที ​ในระดับอุดมศึกษา ​เพื่อรณรงค์ส่ง​เสริม​และปลูกจิตสำนัก​ให้นิสิตนักศึกษา​ได้ตระหนัก ​และ​เล็ง​เห็น​ความสำคัญของ​การ​ทำประกันภัยรถภาคบังคับ รวม​ทั้ง​เข้า​ใจ​ถึงสิทธิประ​โยชน์ของ​การ​ทำประกันภัย​โดย​เปิด​โอกาส​ให้ นิสิตนักศึกษาจากสถาบัน​การศึกษาทั่วประ​เทศส่งผลงาน​การประกวดสารคดีสั้น ​ความยาว​ไม่น้อยกว่า 1 นาที ภาย​ใต้หัวข้อ "​การประกันภัยรถภาคบังคับ" สามารถส่งผลงาน​เป็นทีม ทีมละ​ไม่​เกิน 4 คน ​ซึ่งจะ​เริ่ม​เปิดรับสมัคร​และรับผลงานตั้ง​แต่วันที่ 10 พ.ค.-10 ก.ค. 2555 ​โดยทีมที่ชนะ​การประกวดจะ​ได้รับ​โล่รางวัลจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ​ในงานวันประกันภัย ที่จะจัดขึ้นวันที่ 3 ก.ย. 2555 ​และ​ได้รับรางวัลทุน​การศึกษา​ใบประกาศนียบัตร ​และกรมธรรม์ประกันอุบัติ​เหตุส่วนบุคคล รวมรางวัลมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท.

    10:25 น.  0 ผู้ชม   0 ความคิดเห็น

  • BKIจ่าย​เคลมน้ำท่วม​แล้ว1.2พันล. ยัน​ไม่กระทบฐานะ-​ไตรมาส1​โกย​เบี้ย3,200

          กรุง​เทพประกันภัย จ่าย​เครมน้ำท่วม 1.2 พันล้านบาท รับ​ไม่ส่งผลกระทบต่อฐาน​การ​เงิน​เพราะรับ​เสี่ยงภัย​ได้​แค่ 800 ล้านบาท ที่​เหลือส่งต่อต่างประ​เทศ ย้ำ​เน้นขยายตลาดลูกค้ารายย่อย ​โชว์ผลงาร​ไตรมาศ​แรก กวาด​เบี้ยรวม 3.2 พันล้านบาท จ่ายปันผลระหว่างกาล 2.75 บาทต่อหุ้น       นายอานนท์ วังวสุ ​ผู้อำนวย​การฝ่ายสิน​ไหมทด​แทน บมจ. กรุง​เทพประกันภัย(BKI) ​เปิด​เผยว่าจาก​ความ​เสียหายที่​เกิดขึ้นจากน้ำท่วม​ในช่วงที่ผ่านมาจน​ถึง ขณะนี้ บริษัท​ได้มี​การประ​เมินตัว​เลข​ใน​เบื้องต้นมีกรมธรรม์ประกันภัยที่​ได้ รับ​ความ​เสียหายจากภัยน้ำท่วมประมาณ 22,000 ล้านบาท​ซึ่งบริษัท​ได้​ทำ​การจ่ายสิน​ไหมทด​แทน​แก่​ผู้ประสบภัย​ไป​แล้ว 1,200 ล้านบาท ​โดย​แยก​เป็นที่อยู่อาศัย 5,000 หลัง ค่าสิน​ไหมประมาณ 700 ล้านบาท ​และรถยนต์ 3,000 คันประมาณ 500 ล้านบาท       ​ทั้งนี้ จาก​การประ​เมินค่าสิน​ไหมทด​แทน​ทั้งหมด ​ไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะ​การ​เงินจองบริษัทมากนัก ​เนื่องจาก​ได้มี​การกระจาย​ความ​เสี่ยงภัย ​โดย​ทำประกันภัยต่อกับบริษัท​ในต่างประ​เทศที่มีฐานะ​การ​เงินที่มั่นคง ​ซึ่ง​ในส่วนที่บริษัทรับผิดชอบ​ไว้​เองอยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท       สำหรับทิศทาง​การดำ​เนินงาน บริษัทยังคง​เน้น​การขยายตลาดลูกค้ารายย่อย ​และจะขยายตลาดสู่ภูมิภาค​ให้มากขึ้น สำหรับงานที่มีทุนประกันภัยสูง จะต้องมี​การประ​เมิน​ความ​เสี่ยงภัยก่อนจะรับประกัน รวม​ทั้งต้องทีรีอินชัว​เรอร์ร้องรับด้วย ​โดยตั้ง​เป้าประกันภัยปี 2555 ประมาณ 12,000 ล้านบาท ​หรือ​เติบ​โต 9%       นายชัย ​โสภณพานิช ประธานกรรม​การ​และประธานคณะ​ผู้บริหาร บมจ.กรุง​เทพประกันภัย กล่าวว่า ผล​การดำ​เนินงาน​ใน​ไตรมาสที่ 1 ปี 2555 (ม.ค.-มี.ค.)มี​เบี้ยประกันภัยรวม 3,280 ล้านบาท ​เปรียบ​เทียบกับช่วง​เดียวกันของปี 2554 ​เพิ่มขึ้น 13.0% ราย​ได้สุทธิจาก​การลงทุน 648.0 ล้านบาท ​เพิ่มขึ้น 121.77% กำ​ไรก้อนหักภาษี​เงิน​ได้​แล้ว บริษัทมีกำ​ไรสุทธิ 86.6 ล้านบาท ลดลง 82.7% กำ​ไรต่อหุ้นขึ้นพื้นฐาน 1.14 บาท ​     ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรม​การบริษัท​ซึ่ง​ได้ประชุม​เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2555 ทีมติจ่าย​เงินปันผลระหว่างกาลงวดที่ 1 (ม.ค.-มี.ค.)ของปี 2555 ​ให้​แก่​ผู้ถือหุ้น​ในอัตราหุ้นละ 2.75 บาท

    10:25 น.  0 ผู้ชม   0 ความคิดเห็น

  • เมือง​ไทยฯ​โกย​เบี้ยQ1รวม1.1หมื่นล.

    ​     เมือง​ไทยประ กันชีวิต ​โชว์​เบี้ยรับรวม​ไตรมาส​แรก 1.1 หมื่นล้านบาท​เปิดขาย 2 กรมธรรม์​ใหม่ ด้าน​แอกซ่าประกันชีวิต รุกประกันสุขภาพ ​ให้คุ้มครองสูงสุด 100 ล้านบาท      นายสาระ ล่ำซำ กรรม ​การ​ผู้จัด​การ​และประธาน​เจ้าหน้า ที่บริหาร บริษัท ​เมือง​ไทยประ กันชีวิต จำกัด ​เปิด​เผยว่า ผลประกอบ​การ​ใน​ไตรมาส​แรกของ ปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.) มีอัตรา​เติบ​โตที่ดี ​โดยมี​เบี้ยประกันรับปี​แรก ประมาณ 4,599 ล้านบาท ​เติบ ​โต 46% ​เบี้ยต่ออายุประมาณ 6,717 ล้านบาท ​เติบ​โต 20% ส่งผล​ให้มี​เบี้ยรับรวมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท      ล่าสุด บริษัท​ได้​เปิดขาย ผลิตภัณฑ์​ใหม่ 2 รูป​แบบภาย ​ในงานมันนี่ ​เอ็กซ์​โป 2012 ประ กอบด้วย ​เมือง​ไทยสมาร์ท​เซฟวิ่ง 10/6 ​เป็น​แผน​การออม​เงินระยะสั้น ชำระ​เบี้ยประกันภัย​เพียง 6 ปี ​ความคุ้มครอง​ถึง 10 ปี ​และกรมธรรม์​เมือง​ไทยบิ๊ก​แคช ​แบ็ก จะสามารถตอบ​โจทย์สำ หรับ​ผู้ที่​แสวงหา​ความอุ่น​ใจกับ​เงินครบสัญญา​ถึง 110% ​โดย​การชำระ​เบี้ยประกันภัย​เพียง 10 ปี ​แต่​ให้​ความคุ้มครอง​ถึง 20 ปี      นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ ​เพื่อ​การออมทรัพย์​เช่น ​เมือง​ไทยสมาร์ท ​เซฟ​เวอร์ 10/1 ​เมือง ​ไทยท็อป​เซฟ​เวอร์ 10/4 ​เมือง​ไทยสมาร์ท​เซฟ​เวอร์ 3(5/1) ​และ ​เมือง​ไทย​ได้​ใจ 3/2 คาดงานช่วง 4 วัน​ในงานนี้ น่าจะมี​เบี้ยประกันรับประมาณ 200 ล้านบาท       น.ส.สายฝน สัจจศิลา ประธาน​เจ้าหน้าที่บริหารฝ่าย​การตลาด บริษัท กรุง​ไทย-​แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด กล่าวว่า ปัจ จุบันคน​ไทย​เริ่มตระหนัก​ถึง​ความ สำคัญของ​การประกันสุขภาพ ​เนื่องจาก​แนว​โน้มของค่ารักษาพยาบาลที่ปรับตัวขึ้น​โดย​เฉลี่ยปีละ 10-15% ​โดยบริษัท​ได้​เปิดตัว​แผนประกันชีวิต​และสุขภาพ "กรุง​ไทย-​แอกซ่า คอมพลีท ​เฮลท์ ​โซลูชั่น" ที่​ให้​ความคุ้มครองครอบ คลุมทั่ว​โลก ทุกที่ ทุก​เวลา ด้วย​ความคุ้มครองสูงสุด 100 ล้านบาท​แบบ​เหมาจ่าย รับประกันตั้ง​แต่อายุ 1 ​เดือน - 80 ปี สามารถต่ออายุ​ความคุ้มครองตลอดชีพ​ถึงอายุ 99 ปี รับประกัน​ทั้ง​โรคมะ​เร็ง หัว​ใจ ​เบาหวาน ​ทำฟัน คลอดบุตร ยก​เว้น​เพียง​เอดส์.

    09:08 น.  2 ผู้ชม   0 ความคิดเห็น

  • สหประกันชีวิต เดินหน้าเปิดศูนย์ประสานงานในสหกรณ์

         บมจ.สหประกันชีวิต เปิดศูนย์ประสานในสหกรณ์ ณ สหกรณ์การเกษตรคลองหลวง จำกัด จังหวัดปทุมธานี โดยได้รับเกียรติจาก นายเจริญ ศิริไชยา สหกรณ์จังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีเปิด นายสหพล สังข์เมฆ กรรมการผู้จัดการ บมจ.สหประกันชีวิต นายวินัย กลัดสมัย รองประธานฯ และนายพันธ์ทิพย์ เปอร์เชาน์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรคลองหลวง จำกัด ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานสหกรณ์การเกษตรคลองหลวง จำกัด จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2555      นายสหพล สังข์เมฆ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณสหกรณ์การเกษตรคลองหลวง จำกัด ที่มอบความไว้วางใจให้สหประกันชีวิต ดูแลสวัสดิการให้สมาชิก โดยเปิดเป็นศูนย์ประสานงาน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานระหว่าง บริษัทฯ กับตัวแทนประกันชีวิต สมาชิกสหกรณ์ผู้เอาประกันภัย เป็นการสร้างหลักประกันความเสี่ยงให้กับสหกรณ์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดอบรม “สวัสดิการประกันชีวิต เป็นความสุขของสมาชิก เป็นภูมิคุ้มกันของสหกรณ์” เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการประกันชีวิตสู่สมาชิกสหกรณ์ อีกด้วย

    09:08 น.  1 ผู้ชม   0 ความคิดเห็น

  • ศรีเมืองถล่มชั้น 2, 3 ให้ 5 แสนคุ้มภัยน้ำท่วมยันเบี้ยไม่แพง/วงการชี้ทุนสูงสุดในท้องตลาด

        ประกัน รถเพิ่มคุ้มครองภัยน้ำท่วม ยังระอุ! ล่าสุด ็โตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัยิโหนกระแสออกสินค้าใหม่ชั้น 2 และ 3 เพิ่มคุ้มครองน้ำท่วมทุนประกันถึง 500,000 บาท ย้ำจ่ายเบี้ยเพิ่มไม่มาก ทุนแสนถ้าเป็นรถเก๋งควักเบี้ยเพิ่มแค่ 645 บาท ค่าเสียหายส่วน แรก 2,000 บาท หวังเป็นทางเลือกลูกค้าได้ความคุ้มครองครบ วงการชี้ทุน 500,000 สูงสุดในท้องตลาด ด้านสินมั่นคงเผยทำตลาดมาตั้งแต่ต้นปีเชื่อยอดขายน่าจะไปได้ดี ลูกค้ากลัวน้ำท่วม เหมือนปีก่อน ส่วนไทยเศรษฐกิจฯ ขอเวลาศึกษาข้อมูลภาพดาวเทียม ็จิสด้าิ พื้นที่เรดโซนและจุดปลอดภัย      นาย หลักชัย สุทธิชูจิต กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท โตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจะขายกรมธรรม์ประกันภัยรูปแบบใหม่ Smile Plus Flood ที่เพิ่มความคุ้มครองภัยจากน้ำท่วมรถคันเอาประกันภัยด้วยทุนประกันสูงสุดถึง 500,000 บาท รวมทั้งคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ค่ารักษา พยาบาล การโจรกรรม และไฟไหม้ ซึ่ง เป็นแนวโน้มของตลาดที่ลูกค้าต้องการ ความคุ้มครองลักษณะนี้       ขณะที่ค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่ มากอยู่ในพิกัดที่ทางสำนัก งานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด โดยทุนประกันภัย 100,000 บาท ลูกค้าต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นจากเดิม 645 บาท (ราคารวมภาษี) สำหรับรถเก๋ง หากเป็นรถปิกอัพค่าเบี้ยประกัน 967 บาทและรถตู้ ค่าเบี้ยประกัน 1,182 บาท โดยมีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) 2,000 บาท ในกรณีที่ลูกค้าเลือกทุนประกันภัยสูงค่าเบี้ยประกันภัยจะลดต่ำลงเรื่อยๆ       สำหรับ ลูกค้าที่สนใจประกันภัยรถ ยนต์ประเภท Smile Plus Flood นั้นหาก เป็นลูกค้าที่มีประกันภัยรถยนต์รูปแบบเดิมคือประเภท Smile 2 Plus Extra และ Smile 3 Plus Extra อยู่แล้วแต่ต้อง การขยายความคุ้มครองภัยน้ำท่วมจะต้อง ยกเลิกกรมธรรม์เดิมและออกกรมธรรม์ใหม่ที่คุ้มครองประเภท 2+ และ 3+ (Smile Plus Flood) ส่วนลูกค้าใหม่ที่สนใจสามารถ ซื้อได้ทันที      แหล่งข่าวจาก สมาคมประกันวินาศภัย กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ประกันรถยนต์แบบใหม่ของโตเกียวมารีนศรีเมือง ที่คุ้มครองภัยน้ำท่วมสูงสุดถึง 500,000 บาทน่าจะเป็นทุนประกันสูงสุดในท้องตลาดหากเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกัน ที่มีขายอยู่ในท้องตลาดที่จะให้ความคุ้มครองเฉลี่ยประมาณ 100,000-200,000 บาท โดยเชื่อว่ายอดขายรวมในตลาดอาจจะไม่มากเหมือนที่คาดการณ์กันไว้ในตอนแรก เพราะรถใหม่ซื้อประกันชั้น1 อยู่แล้ว       ด้านนายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ ็สยามธุรกิจิ ว่า บริษัทนำแบบประกันชั้น 2 และชั้น 3 แบบใหม่เพิ่มความคุ้มครองภัยน้ำท่วมออกขายมาตั้งแต่ต้นปียอดขายน่าจะไปได้ดี เพราะเบี้ยประกันไม่แพงมากจ่ายเพิ่ม ขึ้นแค่ 500 บาทเทียบกับความคุ้มครอง 100,000 บาทจากเดิมไม่มีความคุ้มครอง และลูกค้าต้องซ่อมเองซึ่งถัวเฉลี่ยค่าซ่อม รถที่ถูกน้ำท่วมเมื่อปีก่อนอยู่ประมาณ 100,000 บาท       "ผมยังไม่เห็นตัว เลขแต่เชื่อว่าน่าจะโอเคไม่งั้นเราก็ไม่นำออกมาทำตลาด ปีที่แล้วรถถูกน้ำท่วมเยอะมากที่ไม่ได้ทำชั้น 1 ก็มาก คนที่ทำชั้น 1 ไม่มีปัญหา เรามีทางออกให้กับลูกค้า" นายพุทธิพงษ์ ด่านบุญสุต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตามแผนการในปีนี้ บริษัทจะออกประกัน ชั้น 2 และ 3 บวกภัยน้ำท่วมแต่จนถึงตอนนี้ยังอยู่ระหว่างรอดูความเหมาะสม และศึกษาสถานการณ์จากภาพถ่ายดาว เทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA : จิสด้า ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบริเวณไหนบ้าง และจุดไหนที่มีความปลอดภัย

    09:08 น.  4 ผู้ชม   0 ความคิดเห็น

  • ประกันภัยพิบัติวุ่นไม่เลิกงุบงิบ บังคับซื้อ

         กว่าที่รัฐบาลจะจัดตั้ง "กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ" ขึ้นมาได้รวมถึงทำคลอด "กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ" ออกมาขายให้กับประชาชนก็วุ่นวายและใช้ เวลาหลายเดือน พอเริ่มขายยังวุ่นไม่เลิกเมื่อมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขความคุ้มครอง ในกรมธรรม์อีกซึ่งยังไม่มีข้อสรุป     ทั้งการกำหนดวงเงินเอาประกัน (ทุนประกัน) ขั้นต่ำอย่างบ้านอยู่อาศัยที่จะซื้อ ประกันภัยพิบัติควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ การจำกัดความรับผิด (sub limit) ที่จะขยายเพดานให้สูงขึ้น รวมไปถึงหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการขายซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ชัดเจน โดยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกัน ภัยพิบัติ (บอร์ดกองทุน) ให้เหตุผลในการแก้ไขเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์เบี้ยประกันภัยในตลาดโลกปรับ ตัวลดลง     ล่าสุด ก็ส่อเค้าจะเกิดความวุ่นวายขึ้นอีกเมื่อคปภ.จะยกเลิกกรมธรรม์ประกัน อัคคีภัยบ้านอยู่อาศัยรูปแบบเดิมที่คุ้มครอง 6 ภัยพื้นฐาน ได้แก่ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยจากยานพาหนะ ภัยจากอากาศยานและภัยเนื่องจากน้ำให้เหลือแค่กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่ อาศัยที่เพิ่มความคุ้มครองภัยพิบัติอยู่ในฉบับเดียวกันซึ่งเป็น กรมธรรม์ใหม่ที่เพิ่งอนุมัติออกมาให้บริษัท ขายเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมาเท่ากับประชาชนที่จะทำประกันอัคคีภัยบ้านจะต้องถูกบังคับให้ ซื้อประกันภัยพิบัติโดยอัตโนมัติ     "จริงๆ กรมธรรม์ใหม่ทางคปภ.อนุมัติ ให้บริษัทที่เข้าร่วมโครงการขายมาตั้งแต่ 28 มีนาคมนี้แล้วแต่ต้องให้เวลาบริษัทเตรียมความพร้อมปรับระบบงาน เขียนโปรแกรม ทำหน้าตารางกรมธรรม์ใหม่เลย ให้ใช้กรมธรรม์เดิมคู่กับของใหม่ชั่วคราวก่อนตอนแรกจะยกเลิกวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ แต่เราเสนอกับคณะอนุกรรมการด้านประกันภัยพิบัติที่มีท่านเลขาธิการคปภ. เป็นประธานที่ประชุมกันไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าบางบริษัทอาจจะทำไม่ทัน เลยมีระยะผ่อนผันให้จนถึงเดือนมิถุนายนระหว่าง นี้ลูกค้าสามารถซื้อทั้ง 2 แบบได้ แต่เมื่อถึงมิถุนายนจะไม่มีกรมธรรม์อัคคีภัยรูปแบบเดิมอีกแล้วจะมีแต่แบบ ใหม่ที่บวกภัยพิบัติอยู่ในกรมธรรม์" "จีรพันธ์ อัศวะธนกุล "นายกสมาคมประกันวินาศภัย หนึ่งในคณะอนุกรรมการชุดนี้กล่าว     และเสริม ว่า ระยะผ่อนผันดังกล่าวยังรวมถึงกรมธรรม์ใหม่คือประกันภัยทรัพย์สินสำหรับภัย ธรรมชาติทั่วไปและภัยพิบัติส่วนที่เกินจากกองทุนฯ ซึ่งคปภ. เพิ่งอนุมัติกรมธรรม์เมื่อวันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมาด้วย ซึ่งในเรื่องบังคับซื้อมีการคุยกันในคณะอนุกรรมการฯมีสิทธิ์ทำ ได้หรือไม่ ตามหลักหากลูกค้าไม่ต้องการประกันภัยพิบัติก็ทำได้ในช่องความคุ้มครองภัย พิบัติใส่ทุนประกันเป็นศูนย์>> ทุนขั้นต่ำบ้าน 2 หมื่นเบี้ย 100 บาท เอสเอ็มอี 3 หมื่นเบี้ย 300 บาท     อย่าง ไรก็ดี ในการซื้อประกันภัยพิบัติ หากเป็นบ้านอยู่อาศัยกำหนดให้ซื้อความคุ้มครองวงเงินเอาประกันภัย (ทุนประกัน) ขั้นต่ำ 20,000 บาท เบี้ยค่าประกันภัย 100 บาท เพื่อให้เกิดความชัดเจนเนื่องจากเงื่อน ไขเดิมไม่กำหนดทุนประกันภัยขั้นต่ำกำหนด แค่ทุนประกันสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอีกำหนดทุนประกันภัยขั้นต่ำ 30,000 บาท เบี้ยประกัน 300 บาท ส่วนอุตสาหกรรมยึดเกณฑ์เดียวกับเอสเอ็มอีขยาย "ซับ ลิมิต" รายใหญ่เป็น 50% >> ชี้โรงงานเสี่ยงแห่ซื้อ/ไม่เสี่ยงเมิน     นายก สมาคมประกันวินาศภัยกล่าวอีกว่าสมาคมยืนยันข้อเสนอที่จะให้ขยายความคุ้ม ครองวงเงิน การจำกัดความรับผิดสูงขึ้นเป็น 50% จากเดิมกำหนดไว้ 30% สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมรายใหญ่เฉพาะ ที่มีเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไปและต้องมีมาตรการบริหารความ เสี่ยงที่ดีโดยจะพิจารณาให้เป็นรายๆ ไป รวมถึงกำหนดสัดส่วนการรับความเสี่ยงภัยไว้เองของบริษัทประกันภัยสำหรับบ้าน อยู่อาศัยได้สูงสุดถึง 95% จากเดิมกำหนด ขั้นต่ำ 1% แต่ไม่ได้บอกสูงสุดไม่เกินเท่าไหร่ ส่วนธุรกิจเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรม ได้สูงสุดถึง 25% ซึ่งคณะอนุกรรมการฯจะนำข้อเสนอทั้งหมดเสนอต่อบอร์ดกองทุนพิจารณา     อย่าง ไรก็ดี ในประเด็นบังคับบ้านอยู่อาศัยที่จะซื้อประกันอัคคีภัยต้องซื้อประกันภัย พิบัติด้วยนั้น "สยามธุรกิจ" เคยนำเสนอเรื่องนี้มาแล้วในช่วงตอนที่จัดทำกรมธรรม์ใหม่ๆ ว่าแนวทางจะออกมาลักษณะนี้ "วิชัย สันติมหกุลเลิศ" ประธานคณะกรรมการประกันภัยทรัพย์สิน สมาคมประกันวินาศภัย กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ว่า กรมธรรม์ที่มีอยู่ในท้องตลาดขณะนี้ได้แก่ 1.กรมธรรม์อัคคีภัยที่อยู่อาศัยแบบเดิม 2.ประกันอัคคีภัยและภัยพิบัติสำหรับบ้านอยู่อาศัย 3.กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติและ 4..กรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินสำหรับภัยธรรมชาติทั่วไปและภัยพิบัติส่วนเกิน รองรับบริษัทประกันภัยที่จะขายความคุ้ม ครองทั้ง 2 ภัยซึ่งในเดือนมิถุนายนกรมธรรม์ แบบแรกจะถูกยกเลิกไป     "ตั้งแต่เดือน มิถุนายนเป็นต้นไปบ้าน ทุกหลังที่จะทำประกันอัคคีภัยต้องซื้อภัยพิบัติด้วยทุนขั้นต่ำ 20,000 บาท การทำตลาดในช่วงเดือนที่ผ่านมาอย่างของมิตซุย สุมิโตโม ลูกค้าในพื้นที่เสี่ยงตอบรับเยอะเขาอยากได้ความคุ้มครองสูงกว่าซับ ลิมิต ส่วนพื้นที่ไม่เสี่ยงไม่ค่อยตอบรับ หรือตอบ รับเอาซับ ลิมิตแค่ 10-20% ลูกค้าบางคน ไม่รู้ว่ามีความคุ้มครองแผ่นดินไหวและลูก เห็บด้วย คิดว่ามีแต่น้ำท่วมอย่างเดียวต้อง ทำความเข้าใจกับเขา ที่พูดกันว่าประกันภัยพิบัติเคลมยาก เงื่อนไขเยอะก็สอดคล้อง กับค่าเบี้ยประกันถูก" >> วงการแนะเพิ่มคุ้มครองเอสเอ็มอี คปภ.เผย 20 วินาศภัยขายภัยพิบัติ     แหล่ง ข่าวจากบริษัทประกันภัยให้ความเห็นกับ "สยามธุรกิจ" เพิ่มเติมว่า เงื่อนไขบางข้อที่ยังไม่นิ่ง มีการปรับเปลี่ยน ตลอดทำให้เกิดความปั่นป่วนในการทำตลาดพอสมควร ขณะที่การขยายซับ ลิมิต เป็น 50% เฉพาะลูกค้ารายใหญ่ที่มีทุน ประกันภัย 5,000 ล้านบาทขึ้นไปเป็นการจำกัดเฉพาะกลุ่มควรจะเปิดกว้างให้กับเอส เอ็มอีด้วยพวกเขามีความต้องการเพราะปีที่ผ่านมาเคยได้รับความคุ้มครองเต็ม 100% แต่ปีนี้ลดลงมาเหลือ 30% ควรจะจำกัดเงื่อนไขแค่มีมาตรการบริหารความเสี่ยงที่ดีทุนประกันภัยเท่าไหร่ ก็ได้สามารถซื้อความคุ้มครองได้ถึง 50%      อย่างไรก็ดี ในประเด็นให้บริษัทประกันภัยรับความเสี่ยงภัยไว้เองได้ถึง 25% สำหรับลูกค้าเอสเอ็มอีและรายใหญ่นั้น แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่า มีบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่อยากจะขอเพิ่มเกิน 25% เนื่องจากเขาซื้อประกันความเสียหายส่วนเกิน(Excess of loss) รองรับความต้องการของลูกค้าที่อยากจะซื้อประกันภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ ตั้งแต่ก่อนกองทุนฯจะเกิดโดยจ่ายเบี้ยประกันไปแพงมาก แต่เมื่อเกิดกองทุนฯ รับประกันในอัตราเบี้ยประกันที่ถูกกว่า ลูกค้าหันไปซื้อเบี้ยของกองทุนแทนเท่ากับที่บริษัทสูญเงินค่าเบี้ยไปจึงอยาก จะเก็บความเสี่ยงเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรมไว้เองให้มากกว่าเดิมเพื่อให้คุ้ม กับค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปก่อนหน้า มองอีกแง่ความเสี่ยงของกองทุนลดลงด้วย      "ข้อมูล ที่ได้ตัวแทนที่เริ่มขายกรมธรรม์ภัยพิบัติในช่วงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาลูกค้ายังไม่ค่อยซื้อ เพราะพอรวมๆ กันแล้วเบี้ยแพง ส่วนใหญ่ซื้อประกันภัยธรรมชาติมากกว่าโอกาสได้เงินเคลมมีมากกว่าประกันภัย พิบัติ ซึ่งมีเงื่อนไขเยอะ เคลมยาก "      ด้าน"จิรวุฒิ บุญศิริ" บมจ.ไทยพาณิชสามัคคีประกันภัย กล่าวว่า การขยายเพดานให้บริษัทประกันภัยเก็บความเสี่ยงภัยไว้เองมากขึ้นไม่มีผลต่อ บริษัทเพราะปกติบริษัทรับความเสี่ยงประกันภัยพิบัติไว้เองมากกว่า 1% อยู่แล้วเนื่องจากซื้อประกันต่อความเสียหายส่วนเกินภัยธรรมชาติรวมภัยพิบัติ ไว้ตั้งแต่กองทุนยังไม่เกิดเหมือนกับอีกหลายบริษัท ถ้าไม่เก็บความเสี่ยงไว้เองให้สูงกว่าขั้นต่ำเท่ากับซื้อไว้ฟรี "ประเวช องอาจสิทธิกุล" เลขาธิการคปภ.กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทประกันภัยพร้อมที่จะขายกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว 20 บริษัทจาก 54 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ

    09:08 น.  1 ผู้ชม   0 ความคิดเห็น

  • KPIเล็งบุกธุรกิจประกันภัยโฟกัสลูกค้ารายย่อยปั๊มเบี้ย

         นาย สุพชัย เปียแก้ว กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานช่วงปีที่ผ่านมา ว่า บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 2,140 ล้านบาท กำไรรับประกันภัย 569 ล้านบาท กำไรการลงทุนสุทธิ 229 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน 329 ล้านบาท และผลการดำเนินงานดังกล่าวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมประมาณกว่า 270 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2554 ทำได้เพียง 136 ล้านบาท      ทั้ง นี้ เป้าหมายการดำเนินงานของบริษัทภายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ระดับ 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 21% โดยปี 2554 ทำได้ประมาณ 2,140 ล้านบาท ส่วนช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา มีเบี้ยกว่า 1,000 ล้านบาท      นอก จากนี้ กำไรรับประกันภัยปีนี้ตั้งเป้าหมายที่ 900 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 58% ซึ่งทำได้ประมาณ 58% ส่วนกำไรการลงทุนสุทธิตั้งเป้าหมายที่ 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 1% ที่ทำได้ประมาณ 229 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิปีนี้ตั้งเป้าหมายที่ 380 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมาประมาณ 180%      บริษัท ตั้งเป้าหมายในการทำอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (Return on Equity Ratio) หรือ ROE ของบริษัทให้เกิน 2 หลักภายในระยะ 1-2 ปีนี้ ตามที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ซึ่งเป็นบริษัทแม่ และในช่วงที่ผ่านมา KTB มีนโยบายให้บริษัทลูกทุกแห่งที่อยู่ในเครือทำ ROE ให้ได้ 2 หลักขึ้นไป      ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ ROE ของบริษัทเป็นไปตามเป้าหมายที่ KTB ต้องการที่ 2 หลักนั้น บริษัทจำเป็นต้องขยายกิจการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ตรงกับกลุ่ม ลูกค้ามากขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มฐานลูกค้ารายย่อยให้เป็น 80% จากเดิมอยู่ที่ 70%      นายสุพชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา จากการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 59 คณะกรรมการได้เห็นชอบและอนุมัติเป็นมติพิเศษให้บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัท มหาชนจำกัด เร็วกว่ากำหนดที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ภายในปี 2556 คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้      สำหรับ นโยบายด้านการลงทุนของบริษัทในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายผลตอบแทนจากการลงทุนไว้ที่ระดับ 6% จากพอร์ตเงินลงทุนทั้งสิ้นที่มีอยู่ประมาณ 3,700 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายรายได้จากการลงทุนปีนี้ที่ระดับ 230 ล้านบาท      อย่าง ไรก็ตาม แผนการลงทุนของบริษัทปีนี้เน้นลงทุนในเงินฝากธนาคาร ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นทุน หน่วยลงทุน พันธบัตร หุ้นกู้ และเงินให้กู้ยืม ส่วนพอร์ตลงทุนในหุ้นทุนและหน่วยลงทุน รับว่าสามารถสร้างกำไรให้กับบริษัทค่อนข้างมาก จึงยังให้ความสำคัญกับการลงทุนดังกล่าว ปัจจุบันบริษัทลงทุนในหุ้นทุน และหน่วยลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท จากพอร์ตเม็ดเงินลงทุน 3,700 ล้านบาท

    09:08 น.  3 ผู้ชม   0 ความคิดเห็น